ตัวชี้วัดทางเทคนิค

คาดการณ์ราคาโดยใช้ Nearest Neighbor ด้วยการคำนวณน้ำหนัก - อินดิเคเตอร์สำหรับ MetaTrader 5
MetaTrader5
คาดการณ์ราคาโดยใช้ Nearest Neighbor ด้วยการคำนวณน้ำหนัก - อินดิเคเตอร์สำหรับ MetaTrader 5

หลายคนที่เทรดหุ้นหรือฟอเร็กซ์อาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับอัลกอริธึม Nearest Neighbor กันมาบ้าง ซึ่งมีข้อเสียหลักคือมันจะถือว่าราคาทุก ๆ จุดในพาเทิร์นมีน้ำหนักเท่ากัน นั่นหมายความว่า ราคาที่เก่าจะมีผลต่ออนาคตเหมือนกับราคาที่ใหม่ สำหรับการแก้ไขปัญหานี้ ในเวอร์ชันนี้ของอินดิเคเตอร์ Nearest Neighbor จะให้น้ำหนักมากกว่ากับราคาที่ใหม่กว่าในขณะที่ค้นหาพาเทิร์นที่ใกล้เคียงในอดีต โดยใช้การคำนวณน้ำหนักตามสัมประสิทธิ์การเชื่อมโยงที่ลดลงอย่างเป็นเชิงเส้นจากราคาที่ใหม่ไปยังราคาที่เก่า อินดิเคเตอร์นี้มีพารามิเตอร์การตั้งค่าดังนี้: Npast - จำนวนบาร์ในอดีตที่ใช้ในพาเทิร์น; Nfut - จำนวนบาร์ในอนาคตที่ใช้ในพาเทิร์น (ต้องน้อยกว่า Npast). อินดิเคเตอร์นี้จะแสดงกราฟสองเส้น: เส้นสีฟ้าจะแสดงราคาของ Nearest Neighbor ในอดีต และเส้นสีแดงจะแสดงราคาของพาเทิร์นเดียวกันในอนาคต โดย Nearest Neighbor จะถูกปรับขนาดตามความชันของการถดถอยเชิงเส้นระหว่างพาเทิร์นนี้กับพาเทิร์นปัจจุบัน นอกจากนี้ อินดิเคเตอร์ยังจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับวันที่เริ่มต้นของ Nearest Neighbor และสัมประสิทธิ์การเชื่อมโยงของมันกับพาเทิร์นปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น: 2010.07.09 11:37:10 Nearest Neighbor - weighted corr (EURUSD,H1) Nearest neighbor เริ่มต้นวันที่ 2003.02.21 13:00:00 และสิ้นสุดวันที่ 2003.03.12 00:00:00 โดยมีสัมประสิทธิ์การเชื่อมโยงกับพาเทิร์นปัจจุบันเป็น 0.9521726745708775

2010.07.12
การใช้ RSI Peak & Bottom ใน MetaTrader 4 เพื่อการเทรดที่แม่นยำ
MetaTrader4
การใช้ RSI Peak & Bottom ใน MetaTrader 4 เพื่อการเทรดที่แม่นยำ

ผู้เขียน: HajarWae สำหรับนักเทรดที่ใช้งาน MetaTrader 4 การใช้ตัวชี้วัด RSI (Relative Strength Index) ในการวิเคราะห์ราคานั้นสามารถช่วยให้คุณหาจุดเข้าซื้อและขายได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะการดูที่ระดับ Peak และ Bottom ของ RSI ระดับ Peak และ Bottom คือจุดสูงสุดและต่ำสุดที่ RSI สามารถไปถึง หาก RSI ข้ามค่าเหล่านี้ขึ้นหรือลง จะมีสัญญาณการซื้อหรือขายเกิดขึ้น ซึ่งสามารถช่วยให้เราเห็นสัญญาณก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคา ในที่นี้เราจะใช้ลูกศรสีแดงเพื่อระบุจุด Peak และลูกศรสีเหลืองเพื่อระบุจุด Bottom ผมมีความต้องการที่จะสร้างกราฟแสดงระดับ RSI ตามตำแหน่ง Peak และ Bottom แต่มีปัญหาเกี่ยวกับการเขียนโค้ดเพื่อปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดนี้ให้สมบูรณ์แบบ หากใครมีความรู้และสามารถช่วยได้ จะขอบคุณมากครับ เราต้องการให้แสดงทุกระดับ Peak และ Bottom เพื่อให้เราสามารถเห็นระดับที่เกิดขึ้น เมื่อ RSI ข้ามเส้น Peak หรือ Bottom ระดับนั้นจะถูกยุติลงหลังจากการข้าม 1 แท่งเทียน การคำนวณและแสดงระดับอื่นๆ จะดำเนินต่อไปจนกว่า RSI จะข้ามระดับนี้อีกครั้ง ใครสามารถช่วยผมได้บ้างครับ??? กรุณาแชร์ด้วยนะครับ... คำแนะนำ: ใช้ระดับ RSI นี้เป็นสัญญาณในการเทรด รวมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ เป็นการกรองสัญญาณ

2010.07.12
ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของ USD สำหรับ MetaTrader 4
MetaTrader4
ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของ USD สำหรับ MetaTrader 4

ในโลกการเทรด การรู้จักตัวช่วยที่ดีสามารถทำให้เราตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น วันนี้เราจะมาพูดถึง ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของ USD ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจผลกระทบของสกุลเงิน USD ต่อคู่เงินที่คุณกำลังเทรดอยู่ ตัวชี้วัดนี้สามารถปรับแต่งได้มากมาย โดยจะทำการกำหนดค่าให้กับแต่ละคู่เงินตามการเคลื่อนไหวของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) ถ้าทั้งสองค่าเฉลี่ยกำลังขึ้นหรือลงจะได้ค่ามากขึ้น แต่ถ้าค่าเฉลี่ยเร็ว (Fast MA) เคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเฉลี่ยช้า (Slow MA) จะได้ค่าลดลง ในที่นี้จะมีระดับค่าตั้งแต่ 10 ถึง -10 โดยที่ 10 หมายถึงสกุลเงินของคุณถูกซื้อมากเกินไป ในขณะที่ -10 หมายถึงถูกขายมากเกินไป เราจะแยกแยะระหว่างคู่เงินหลัก (Major Pairs) เช่น USDCHF (ที่มี USD เป็นฐาน) และคู่เงินรอง (Minor Pairs) เช่น AUDUSD (ที่มี AUD เป็นฐาน) คุณสามารถเลือกคู่เงินหลัก 3 คู่ และคู่เงินรอง 4 คู่ โดยใช้ฐานเดียวกัน ทั้งนี้ค่าตั้งต้นที่ให้มานั้นทำงานได้ดีอยู่แล้ว และคุณอาจไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน ถ้าคุณต้องการใช้ AUD เป็นฐาน คุณสามารถเลือกคู่เงินหลัก 3 คู่และคู่เงินรอง 4 คู่ที่ใช้ AUD เป็นฐาน ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของความแข็งแกร่งของ AUD ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหากคุณเทรดในตลาดโตเกียว นอกจากนี้ ตัวชี้วัดนี้ยังสามารถทำหน้าที่เป็นสัญญาณยืนยันกับตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น Williams Percent Range และมักจะมีความสามารถในการพยากรณ์ ถ้าคุณต้องการใช้ใน Expert Advisor คุณสามารถเรียกใช้ iCustom ด้วยโค้ดตามนี้: double val=iCustom(NULL, 0, "Brooky_USD_Strength", ".", ".", "USDCHF", "USDJPY", "USDCAD", ".", "AUDUSD", "EURUSD", "GBPUSD", "NZDUSD", ".", 55, 34, ".", 15, ".", 0, 1, 0); คุณสามารถเปลี่ยนค่า 55 และ 34 ที่ท้ายโค้ดเพื่อสะท้อนถึงค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ช้าและเร็วที่ใช้ในการคำนวณความแข็งแกร่งได้ตามต้องการ หาก val >= 8 หมายถึงถูกซื้อมากเกินไป และ val

2010.07.12
พยากรณ์ราคาโดยใช้ Nearest Neighbor สำหรับ MetaTrader 5
MetaTrader5
พยากรณ์ราคาโดยใช้ Nearest Neighbor สำหรับ MetaTrader 5

สวัสดีเพื่อนนักเทรดทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเทคนิคการพยากรณ์ราคาที่เรียกว่า k-Nearest Neighbor (k-NN) ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถช่วยให้เราคาดการณ์ราคาต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ โดยวิธีนี้จะค้นหาลักษณะการเคลื่อนไหวของราคาในอดีตที่มีความคล้ายคลึงกับลักษณะปัจจุบัน และใช้ข้อมูลเหล่านั้นในการคาดการณ์ราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เจ้าอินดิเคเตอร์นี้จะค้นหา เพียงหนึ่งเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด หรือ 1-NN เท่านั้น โดยอิงจากค่าความสัมพันธ์ของ Pearson correlation coefficient ระหว่างลักษณะปัจจุบันกับลักษณะในอดีต ซึ่งจะเป็นตัววัดระยะห่างระหว่างกันครับ อินดิเคเตอร์นี้มีพารามิเตอร์หลัก ๆ ดังนี้: Npast - จำนวนแท่งราคาที่ผ่านมาในลักษณะ; Nfut - จำนวนแท่งราคาที่จะเกิดขึ้นในลักษณะ (ต้องน้อยกว่า Npast). เมื่อเรานำอินดิเคเตอร์นี้ไปใช้งาน มันจะสร้างกราฟออกมาเป็นสองเส้น: เส้นสีน้ำเงินจะแสดงราคาที่ผ่านมาในอดีตของเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด และเส้นสีแดงจะแสดงราคาที่คาดการณ์ในอนาคตของลักษณะเดียวกัน โดยที่เพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดจะถูกปรับขนาดตามความลาดของการถดถอยเชิงเส้นระหว่างลักษณะนี้กับลักษณะปัจจุบัน นอกจากนี้ อินดิเคเตอร์ยังแสดงข้อมูลเกี่ยวกับวันที่เริ่มต้นของเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดและค่า correlation coefficient กับลักษณะปัจจุบัน เช่น: Nearest_Neighbor (EURUSD,H1): เพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดมีวันที่ 2003.08.26 23:00:00 และมีความสัมพันธ์กับลักษณะปัจจุบันที่ 0.9432442047577905;ภาพ:

2010.07.09
Market-Heart-Beat: อินดิเคเตอร์สุดเจ๋งสำหรับ MetaTrader 4
MetaTrader4
Market-Heart-Beat: อินดิเคเตอร์สุดเจ๋งสำหรับ MetaTrader 4

การเทรดในตลาดการเงินนั้นต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำ และวันนี้เราจะมาพูดถึงอินดิเคเตอร์ที่ชื่อว่า Market-Heart-Beat ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาได้ดีขึ้นใน MetaTrader 4. M35 – นาทีในชั่วโมงปัจจุบัน T = 16 – จำนวนของ ticks ในช่วงนาทีนี้ Pl = 9 – จำนวนจุดที่เคลื่อนไหวขึ้น Mi = 7 – จำนวนจุดที่เคลื่อนไหวลง สัญลักษณ์ <--- จะบ่งบอกถึงนาทีปัจจุบัน ข้อมูลก่อนหน้านี้จะแสดงถึงนาทีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นชั่วโมง ส่วนบรรทัดหลังจากนาทีปัจจุบันจะมีค่าว่าง (Empty value) และบรรทัดหลังจากนี้จะแสดงข้อมูลที่เหลือจากชั่วโมงก่อนหน้า จำไว้ว่าข้อมูลที่ได้จากอินดิเคเตอร์นี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจในการเปิดหรือปิดออเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาต่างๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร การเข้าใจการใช้ Market-Heart-Beat จะเป็นประโยชน์ในการปรับกลยุทธ์การเทรดของคุณ

2010.07.08
iS7N_TREND_1: เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้มสำหรับ MetaTrader 5
MetaTrader5
iS7N_TREND_1: เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้มสำหรับ MetaTrader 5

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์! วันนี้เรามาพูดถึงเครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้มที่ชื่อว่า iS7N_TREND_1 ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้ใน MetaTrader 5 กันนะครับ iS7N_TREND_1 มีการพัฒนาโดยใช้ อัลกอริธึมการเรียบง่าย ที่ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยอิงจากอินดิเคเตอร์ trend.mq4 ที่มีการปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งาน อินดิเคเตอร์นี้มีเพียง พารามิเตอร์เดียว คือ ระยะเวลา ซึ่งสำหรับ EURUSD แนะนำให้ใช้ระยะเวลาเป็น 24 ครับ การใช้ iS7N_TREND_1 จะช่วยให้เรามองเห็นแนวโน้มของราคาที่ชัดเจนขึ้น ทำให้การตัดสินใจในการเทรดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ ลองนำไปใช้ดูนะครับ!

2010.07.06
H Bulls n Bears - ตัวชี้วัดสำหรับ MetaTrader 4
MetaTrader4
H Bulls n Bears - ตัวชี้วัดสำหรับ MetaTrader 4

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักเทรดทุกคน! วันนี้เรามีตัวชี้วัดที่น่าสนใจมานำเสนอ นั่นก็คือ H Bulls n Bears ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราทราบถึงพลังที่เหนือกว่าของตลาดในขณะนั้น คำอธิบาย: ตัวชี้วัดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการระบุทิศทางที่ตลาดกำลังเคลื่อนไหว โดยมันจะช่วยให้เรามองเห็นว่าฝ่ายไหนมีอำนาจมากกว่ากัน ระหว่าง Bulls (ผู้ซื้อ) กับ Bears (ผู้ขาย) ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเทรดของเราได้เป็นอย่างดี ภาพตัวอย่าง: หากเพื่อนๆ สนใจที่จะลองใช้ตัวชี้วัดนี้ สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ที่ MetaTrader 4 ของคุณได้เลยครับ หวังว่า H Bulls n Bears จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้การเทรดของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น!

2010.07.06
การสร้างการคาดการณ์ราคาด้วย Fourier Extrapolation สำหรับ MetaTrader 5
MetaTrader5
การสร้างการคาดการณ์ราคาด้วย Fourier Extrapolation สำหรับ MetaTrader 5

การใช้แบบจำลองตรีโกณมิติมัลติฮาร์มอนิก (Multi-Harmonic) ในการวิเคราะห์ราคาสามารถช่วยให้เราทำนายแนวโน้มในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ชุดข้อมูลราคาที่ผ่านมา x[i] ซึ่งหมายถึงราคาที่บาร์ที่ i ตั้งแต่ i=1 ถึง n ดังนี้: x[i] = m + Sum( a[h]*Cos(w[h]*i) + b[h]*Sin(w[h]*i), h=1..H ) ในที่นี้: x[i] - ราคาที่ผ่านมา ณ บาร์ที่ i, จำนวนรวม n ราคาที่ผ่านมา; m - ค่าเบี่ยงเบน; a[h] และ b[h] - ค่าสเกลของฮาร์มอนิก; w[h] - ความถี่ของฮาร์มอนิก; h - หมายเลขฮาร์มอนิก; H - จำนวนฮาร์มอนิกทั้งหมดที่พอดี. การปรับค่าต่างๆ ในโมเดลนี้หมายถึงการหาค่า m, a[h], b[h], และ w[h] ที่ทำให้ค่าที่ได้จากโมเดลใกล้เคียงกับค่าจริงมากที่สุด โดยการหาความถี่ของฮาร์มอนิก w[h] ถือเป็นส่วนที่ยากที่สุดในการปรับโมเดลตรีโกณมิติ สำหรับซีรีส์ฟูรีเยร์ ความถี่เหล่านี้จะถูกกำหนดที่ 2*pi*h/n แต่การคาดการณ์ด้วยซีรีส์ฟูรีเยร์นั้นหมายถึงการทำซ้ำราคาที่ผ่านมา n ไปยังอนาคต. ตัวชี้วัดนี้ใช้ الگอริธึม Quinn-Fernandes ในการหาความถี่ของฮาร์มอนิก โดยจะปรับฮาร์มอนิกของซีรีส์ตรีโกณมิติทีละตัวจนกว่าจะถึงจำนวนฮาร์มอนิกทั้งหมดที่กำหนด H หลังจากการปรับฮาร์มอนิกใหม่แล้ว อัลกอริธึมจะคำนวณค่าความแตกต่างระหว่างโมเดลที่ปรับปรุงและค่าจริง และปรับฮาร์มอนิกใหม่ให้กับค่าความแตกต่างนั้น. ตัวชี้วัดนี้มีพารามิเตอร์การป้อนข้อมูลดังนี้: Npast - จำนวนบาร์ที่ผ่านมา ที่จะปรับซีรีส์ตรีโกณมิติ; Nfut - จำนวนบาร์ในอนาคตที่คาดการณ์; Nharm - จำนวนฮาร์มอนิกทั้งหมดในโมเดล; FreqTOL - ความคลาดเคลื่อนในการคำนวณความถี่. ตัวชี้วัดนี้จะแสดงเส้นกราฟสองเส้น: เส้นสีน้ำเงินจะแสดงค่าที่พอดีกับราคาที่ผ่านมา และเส้นสีแดงจะแสดงค่าที่พอดีกับราคาที่คาดการณ์ในอนาคต.

2010.07.05
การคาดการณ์ราคาด้วยโมเดล AR สำหรับ MetaTrader 5
MetaTrader5
การคาดการณ์ราคาด้วยโมเดล AR สำหรับ MetaTrader 5

โมเดลออโต้รีเกรสซีฟ (AR) หรือที่เรียกว่าโมเดลการพยากรณ์เชิงเส้นนั้นมีสูตรดังนี้: x[n] = -Sum(a[i]*x[n - i], i = 1..p)โดยที่:x[n] คือค่าที่คาดการณ์ของชุดข้อมูลเวลา;x[n-p]..x[n-1] คือค่าที่รู้จักในอดีตของชุดข้อมูลเดียวกัน;a[1]..a[p] คือสัมประสิทธิ์ของโมเดล และ p คืออันดับของโมเดล.สัมประสิทธิ์ของโมเดล a[1]..a[p] สามารถปรับให้เข้ากับข้อมูลในอดีตได้หลายวิธี โดยตัวชี้วัดนี้ใช้วิธีเบิร์ก (Burg method).ข้อมูลนำเข้าสำหรับตัวชี้วัดนี้มีดังนี้:UseDiff - ตัวสวิตช์ boolean เพื่อใช้ความแตกต่างของราคาแทนที่จะใช้ราคาโดยตรงNcoef - จำนวนสัมประสิทธิ์ของโมเดล (อันดับของโมเดล)Nfut - จำนวนบาร์ในอนาคตkPast - จำนวนบาร์ในอดีตที่เพิ่มขึ้นเป็น Ncoef (ต้องมีค่า >=1)ตัวชี้วัดนี้จะแสดงกราฟสองเส้น: เส้นสีฟ้าจะแสดงผลลัพธ์ของโมเดลระหว่างการปรับเข้ากับข้อมูล ในขณะที่เส้นสีแดงจะแสดงราคาที่คาดการณ์ในอนาคต.UseDiff=false:UseDiff=true:

2010.07.05
การวิเคราะห์แนวโน้มด้วย Linear Regression Slope ใน MetaTrader 5
MetaTrader5
การวิเคราะห์แนวโน้มด้วย Linear Regression Slope ใน MetaTrader 5

การวิเคราะห์แนวโน้มราคาเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นักเทรดใช้ในการตัดสินใจซื้อขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Linear Regression ที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของแนวโน้มได้ชัดเจนยิ่งขึ้นy[x] = y0 + b*xในที่นี้:x คือหมายเลขของแท่ง (x=1..n);y[x] คือราคาที่เกี่ยวข้อง (เปิด, ปิด, ค่าเฉลี่ย ฯลฯ);b คือสัมประสิทธิ์ของการเปลี่ยนแปลง;y0 คือค่าเบี่ยงเบน.โดยที่ Linear Regression Slope ที่เราจะใช้ในการวิเคราะห์นี้จะมีค่าเท่ากับเวอร์ชันที่ปรับให้เป็นมาตรฐานของสัมประสิทธิ์ bสูตรสำหรับ b คือ:b = (n*Sxy - Sx*Sy)/(n*Sxx - Sx*Sx)โดย:Sx = ผลรวมของ (x, x = 1..n) = n*(n + 1)/2;Sy = ผลรวมของ (y[x], x = 1..n);Sxx = ผลรวมของ (x*x, x = 1..n) = n*(n+1)*(2*n+1)/6;Sxy = ผลรวมของ (x*y[x], x = 1..n);n คือระยะเวลาของ LRS (พารามิเตอร์นำเข้า Per).ตัวหารของ b สามารถทำให้เรียบง่ายขึ้นได้:n*Sxx - Sx*Sx = n*n*(n-1)*(n+1)/12สุดท้ายแล้ว สูตรทั้งหมดสำหรับ b สามารถทำให้เรียบง่ายได้เป็นb = 6*(2*Sxy/(n + 1) - Sy)/n/(n - 1)สัมประสิทธิ์ b นั้นยังไม่ได้ปรับให้เป็นมาตรฐาน หากเราต้องการให้ LRS มีช่วงค่าที่ใกล้เคียงกันสำหรับคู่เงินที่แตกต่างกัน เราสามารถปรับ b โดยการหารด้วย ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา (SMA) หรือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบถ่วงน้ำหนัก (LWMA) ซึ่งจะได้ดังนี้:SMA = Sy/nLWMA = 2*Sxy/n/(n + 1)ในส่วนของ LRS ที่ปรับให้เป็นมาตรฐานจะได้ดังนี้LRS_SMA = b/SMA = 6*(2*Sxy/Sy/(n + 1) - 1)/(n + 1)LRS_LWMA = b/LWMA = 6*(1 - (n + 1)*Sy/Sxy/2)/(n + 1)สองเวอร์ชันนี้แทบจะไม่แตกต่างกันเลย ดังนั้นการปรับมาตรฐานโดยใช้ SMA จึงถูกเลือกใช้ในตัวชี้วัดนี้ นอกจากนี้ เนื่องจากค่าของ LRS มีขนาดเล็กมาก ค่าของตัวชี้วัดจึงถูกคำนวณและแสดงในหน่วยต่อ 100,000 เพื่อให้เข้ากับช่วงประมาณ -100 ถึง +100 ได้อย่างพอเหมาะ

2010.07.05
ChannelBalance - ตัวช่วยวิเคราะห์สำหรับ MetaTrader 4
MetaTrader4
ChannelBalance - ตัวช่วยวิเคราะห์สำหรับ MetaTrader 4

สวัสดีครับเพื่อนเทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึง ChannelBalance ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับ MetaTrader 4 ที่จะช่วยให้เราวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงช่องทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เขียน: (c) 2010 Shon Shampain สำหรับ Zen Cows Go Mu, http://www.zencowsgomu.com/. อินดิเคเตอร์นี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Channels indicator ซึ่งมันจะคำนวณในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ว่าการเคลื่อนไหวของราคานั้นอยู่ในระดับสูงหรือต่ำของช่องทาง การใช้ ChannelBalance จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของราคาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ราคาเข้าใกล้ขอบเขตของช่องทาง ซึ่งจะเป็นสัญญาณที่ดีในการตัดสินใจเทรด หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ในการเทรดนะครับ! หากมีคำถามหรือความคิดเห็น สามารถแชร์กันได้เลย!

2010.07.05
BB_Support: อินดิเคเตอร์ที่ช่วยให้การเทรดใน MetaTrader 4 ดีขึ้น
MetaTrader4
BB_Support: อินดิเคเตอร์ที่ช่วยให้การเทรดใน MetaTrader 4 ดีขึ้น

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ BB_Support ที่จะช่วยให้การเทรดของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ รายละเอียด: อินดิเคเตอร์นี้ทำงานบนกรอบเวลา M1 ซึ่งในปัจจุบันผมใช้กรอบเวลาหลายๆ แบบ เช่น M1, M5, H1, D1 แต่ถ้าเพื่อนๆ ต้องการก็สามารถปรับเปลี่ยนกรอบเวลาได้ตามที่ต้องการเลยนะครับ ตัวอย่างที่ 1: M1up[i] = iBands(NULL, PERIOD_M1, M1Period, M1Deviation, 0, PRICE_Ma, MODE_UPPER, i); M5up[i] = iBands(NULL, PERIOD_M5, M5Period, M5Deviation, 0, PRICE_Ma, MODE_UPPER, i / PERIOD_M5); M15up[i] = iBands(NULL, PERIOD_M15, M15Period, M15Deviation, 0, PRICE_Ma, MODE_UPPER, i / PERIOD_M15); M30up[i] = iBands(NULL, PERIOD_M30, M30Period, M30Deviation, 0, PRICE_Ma, MODE_UPPER, i / PERIOD_M30); ตัวอย่างที่ 2: M15up[i] = iBands(NULL, PERIOD_M15, H1Period, M15Deviation, 0, PRICE_Ma, MODE_UPPER, i / PERIOD_M15); M30up[i] = iBands(NULL, PERIOD_M30, H1Period, M30Deviation, 0, PRICE_Ma, MODE_UPPER, i / PERIOD_M30); H1up[i] = iBands(NULL, PERIOD_H1, H1Period, H1Deviation, 0, PRICE_Ma, MODE_UPPER, i / PERIOD_H1); H4up[i] = iBands(NULL, PERIOD_H4, H4Period, H4Deviation, 0, PRICE_Ma, MODE_UPPER, i / PERIOD_H4); ภาพ:

2010.06.29
แรก ก่อนหน้า 334 335 336 337 338 339 340 341 342 343 344 ถัดไป สุดท้าย