ตัวชี้วัดทางเทคนิค

ทำความรู้จักกับ Squeeze Break Indicator สำหรับการเทรด
MetaTrader4
ทำความรู้จักกับ Squeeze Break Indicator สำหรับการเทรด

วันนี้เราจะมาพูดถึง Squeeze Break Indicator ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ตลาดตามกลยุทธ์ที่ได้กล่าวถึงในหนังสือ Mastering the Trade ของ John Carter โดยพื้นฐานแล้วกลยุทธ์นี้มีแนวคิดว่า ตลาดมักจะเคลื่อนไหวจากช่วงที่มีความผันผวนต่ำไปสู่ความผันผวนสูง และในทางกลับกัน กลยุทธ์นี้มุ่งหวังที่จะจับการเคลื่อนไหวจากความผันผวนต่ำไปสูง ในการวิเคราะห์นี้ใช้ สองตัวชี้วัด ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Bollinger Bands และ Keltner Channels (ซึ่งอาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก) นอกจากนี้ยังมีการใช้งานเครื่องมือ Momentum Indicator เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อขาย โดยเฉพาะเมื่อ Bollinger Bands กลับมาอยู่นอก Keltner Channels. ส่วนประกอบของ Squeeze Break Indicator ฮิสโทแกรมสีเขียว: หมายความว่า Bollinger Bands อยู่นอก Keltner Channels ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะเกิดการเคลื่อนไหวหรือมีความผันผวน โดยยิ่งฮิสโทแกรมมีความแข็งแรงมากเท่าไร การเคลื่อนไหวของราคาในทิศทางนั้นก็จะยิ่งชัดเจนมากขึ้น. ฮิสโทแกรมสีแดง: หมายความว่า Bollinger Bands อยู่ภายใน Keltner Channels ซึ่งบ่งบอกว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะอยู่ในภาวะรวมกลุ่ม โดยยิ่งฮิสโทแกรมสีแดงมีความแข็งแรงมากเท่าไร การเคลื่อนไหวของราคาก็จะยิ่งแคบลง. เครื่องมือนี้มี Momentum Indicator รวมอยู่ด้วย โดยตามกลยุทธ์ของ John Carter เขาจะเปิด Long เมื่อ Bollinger Bands ทะลุออกนอก Keltner Bands และ Momentum Indicator อยู่เหนือเส้นศูนย์ ส่วนจะเปิด Short เมื่อ Momentum Indicator อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์. นอกจากนี้ยังมีข้อมูลตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่มุมซ้ายด้านบน เพื่อให้เรามีภาพรวมของสภาวะตลาดในปัจจุบัน. เครื่องมือนี้มีเสียงเตือนเมื่อเกิดการ breakout ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกรอบเวลาใหญ่ ๆ สำหรับตัวเองแล้ว ฉันไม่ใช้งานเพียงแค่สัญญาณเตือนนี้เท่านั้น แต่ใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยเตือนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของราคาที่อาจเกิดขึ้น.

2009.04.17
การใช้ Fractals ในการวิเคราะห์ระดับราคาในตลาด Forex
MetaTrader4
การใช้ Fractals ในการวิเคราะห์ระดับราคาในตลาด Forex

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักเทรดทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ที่น่าสนใจอย่าง Fractals กันดีกว่า เครื่องมือนี้จะช่วยให้เราเห็นระดับราคาที่สำคัญในตลาดได้อย่างชัดเจน Fractals เป็นตัวชี้วัดที่ช่วยในการระบุจุดสูงสุดและต่ำสุดในกราฟราคา โดยมันจะทำงานโดยการสร้างจุดที่เป็นจุดกลับตัวในตลาด ซึ่งเราสามารถใช้จุดเหล่านี้ในการวางกลยุทธ์การเทรดได้ การใช้ Fractals นั้นไม่ซับซ้อน เพียงแค่เรามองหาจุดที่มีราคาสูงสุดหรือราคาต่ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนด และจดบันทึกไว้เพื่อใช้ในการตัดสินใจในอนาคต การวิเคราะห์ระดับราคาด้วย Fractals สามารถช่วยให้เราเห็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นในตลาดได้ดีขึ้น และหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์จากการใช้เครื่องมือนี้ในการเทรดของคุณนะครับ! อย่าลืมแชร์ประสบการณ์หรือคำถามของคุณไว้ในคอมเมนต์ด้านล่างกันด้วยนะครับ!

2009.04.17
รู้จักกับ Indicator %BB: เครื่องมือวิเคราะห์ที่มาจาก Bollinger Bands
MetaTrader4
รู้จักกับ Indicator %BB: เครื่องมือวิเคราะห์ที่มาจาก Bollinger Bands

ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง Indicator %BB กันนะครับ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน %BB เป็น Indicator ที่มาจาก Bollinger Bands ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในวิธีการใช้ %BB คือการตรวจสอบว่าราคาได้ทะลุขึ้นหรือลงจากเส้นบนหรือเส้นล่างของ Bollinger Bands หรือไม่ การใช้ %BB จะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสในการเข้าซื้อหรือขายได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่มีความผันผวนสูง หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคนครับ!

2009.04.13
เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้ม: ปรับกลยุทธ์การเทรดให้แม่นยำ
MetaTrader4
เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้ม: ปรับกลยุทธ์การเทรดให้แม่นยำ

สวัสดีเพื่อนๆ นักเทรดทุกคน! ผู้เขียน: InvestMoneyLab.com วันนี้เรามาพูดถึง เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้ม ที่ช่วยให้เราดูแนวโน้มในกราฟ 30 นาทีได้ โดยตัวเครื่องมือนี้จะใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) เพื่อกำหนดแนวโน้ม ถ้า MA ระยะสั้นอยู่เหนือ MA ระยะยาว แสดงว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้น (Up Trend) แต่ถ้า MA ระยะสั้นอยู่ต่ำกว่า MA ระยะยาว ก็จะเป็นแนวโน้มขาลง (Down Trend) นอกจากนี้ผมยังใช้ ROC เป็นกฎเพิ่มเติมในการติดตามแนวโน้มด้วยครับ เครื่องมือ Trend Indicator จะให้ค่าผลลัพธ์ 5 ค่า ดังนี้: 2: แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรง (Strong Up Trend) 1: แนวโน้มขาขึ้น (Up Trend) 0: ไม่มีแนวโน้ม (No Trend) -1: แนวโน้มขาลง (Down Trend) -2: แนวโน้มขาลงที่แข็งแรง (Strong Down Trend) ตัวแปรภายนอกที่คุณสามารถปรับได้ในเครื่องมือนี้ ได้แก่: ROC_MA_Period & ROC_Period: ผมชอบใช้ค่า 200 สำหรับทั้งคู่ เพราะต้องการดูแนวโน้มระยะยาว MA_Short_Period & MA_Long_Period: ให้คุณตั้งค่าช่วงเวลาที่คุณต้องการสำหรับระยะสั้นและระยะยาว คำแนะนำ: เครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณสามารถกำหนดแนวโน้มจากกราฟ 30 นาที และคุณสามารถใช้ติดตามในกราฟระยะ 1, 5 หรือ 15 นาทีได้ โดยไม่ต้องเปิดและปิดกราฟ 30 นาทีบ่อยๆ คุณสามารถใช้กลยุทธ์ซื้อ (Long Strategy) เมื่อแนวโน้มตลาดขึ้น และกลยุทธ์ขาย (Short Strategy) เมื่อแนวโน้มตลาดลง สุดท้ายนี้ ผมยังคงพัฒนาเครื่องมือนี้ต่อไป หากเพื่อนๆ มีข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นใดๆ ยินดีมากๆ ที่จะแชร์กันครับ!

2009.04.13
การใช้งาน Bollinger Bandwidth 2 สำหรับเทรดเดอร์ไทย
MetaTrader4
การใช้งาน Bollinger Bandwidth 2 สำหรับเทรดเดอร์ไทย

สวัสดีครับเพื่อน ๆ เทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึงเครื่องมือที่ชื่อว่า Bollinger Bandwidth 2 ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยในการวิเคราะห์กราฟของเราให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เครื่องมือนี้เป็นการรวมกันระหว่าง Bollinger Bands ดั้งเดิมกับ Bollinger Bandwidth โดยที่มันได้ลดจำนวนหน้าต่างที่แสดงผลของ Bollinger Bandwidth ลงไป ทำให้ข้อมูล Bandwidth แสดงเป็นค่าในรูปแบบข้อความที่มุมซ้ายบนของกราฟแทน ข้อดีของการทำแบบนี้คือมันช่วยให้เราสามารถใช้พื้นที่บนกราฟได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถดูค่า Bollinger Bandwidth ได้ในที่เดียว ไม่ต้องเลื่อนดูให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ การรวมกันนี้ยังช่วยให้เรามองเห็นเส้น Bollinger Bands บนกราฟของเราได้อย่างชัดเจน ทำไมต้องใช้ Bollinger Bandwidth 2? เพิ่มความชัดเจนในการวิเคราะห์กราฟ ประหยัดพื้นที่ในการแสดงผล สามารถดูค่าต่าง ๆ ได้ในจุดเดียว หวังว่าข้อมูลที่นำเสนอในวันนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ เทรดเดอร์ทุกคน และช่วยให้การวิเคราะห์เทรนด์ของตลาดเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นนะครับ!

2009.04.11
วิเคราะห์ Bollinger Bandwidth เพื่อการเทรดที่ชาญฉลาด
MetaTrader4
วิเคราะห์ Bollinger Bandwidth เพื่อการเทรดที่ชาญฉลาด

การศึกษาเกี่ยวกับ Bollinger Band แสดงให้เห็นว่าเมื่อค่า Bandwidth (ระยะห่างระหว่างแถบบนและแถบล่าง) ต่ำกว่า 4 ตลาดจะอยู่ในสถานะที่ถูกบีบอัดและมีแนวโน้มที่จะเกิดการแตกตัวออกมาในไม่ช้า เมื่อค่า Bandwidth ถึง 11 จะมีคลื่นที่แข็งแกร่งซึ่งเหมาะสำหรับการเทรดแบบ Scalp ในช่วงค่าระหว่าง 4 ถึง 11 คู่สกุลเงินจะมีความอ่อนแอหรือล็อคตัว ส่งผลให้การเคลื่อนไหวมีจำกัด ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนมากกว่าการทำกำไรได้ ดังนั้นการใช้ตัวชี้วัดนี้จะช่วยให้คุณเห็นค่า Bandwidth ได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ นี่คือโค้ดที่ปรับแต่งมาจากตัวชี้วัด Bands.mq4 ดั้งเดิม ทดสอบบนคู่เงิน EUR/USD คุณสามารถปรับขนาดของขีดจำกัดสูงสุดให้เล็กลงได้ในกรณีที่คุณอยู่ในช่วงกราฟที่เล็กกว่า เช่น M1 โดยการเปลี่ยนค่าคุณสมบัติของขีดจำกัดสูงสุด

2009.04.10
การวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของอินดิเคเตอร์: เครื่องมือสำคัญสำหรับเทรดเดอร์
MetaTrader4
การวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของอินดิเคเตอร์: เครื่องมือสำคัญสำหรับเทรดเดอร์

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึงอินดิเคเตอร์ที่ช่วยให้เราวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหวของราคา โดยอินดิเคเตอร์นี้จะแสดงผลในรูปแบบฮิสโตแกรม ซึ่งจะบอกให้เราทราบถึงความแตกต่างระหว่าง: ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเร็วและช้า (MA_Power=true)เส้นหลักและเส้นสัญญาณของ MACD (MACD_Power=true)เส้นหลักและเส้นสัญญาณของอินดิเคเตอร์ Stochastic (Stochastic_Power=true) เราสามารถเลือกใช้ได้เพียงหนึ่งตัวเลือกในขณะเดียวกัน (ค่าเริ่มต้นคือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) แต่สามารถเปิดอินดิเคเตอร์อีกตัวเพื่อเปลี่ยนตัวเลือกได้ นอกจากนี้ อินดิเคเตอร์นี้ยังแสดงระดับเฉลี่ย (ความแข็งแกร่ง) ของค่าความแตกต่างที่สูงหรือต่ำกว่าบรรทัดศูนย์ ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถปิดการใช้งานได้ (Set_Levels=false) โดยอินดิเคเตอร์นี้มีจุดประสงค์เพื่อวัดพลังหรือความแข็งแกร่งที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของราคา

2009.04.08
ทำความรู้จักกับ USDX: ดัชนีวัดความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐ
MetaTrader4
ทำความรู้จักกับ USDX: ดัชนีวัดความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐ

หลายคนอาจสงสัยว่า USDX คืออะไร และทำไมถึงสำคัญสำหรับการเทรดในตลาด Forex วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันครับ USDX คืออะไร? USDX หรือที่เรียกกันว่า ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ เป็นการเปรียบเทียบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กับสกุลเงินอื่น ๆ ในโลก โดยเฉพาะในกลุ่มสกุลเงินหลักที่มีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย สกุลเงินที่รวมอยู่ใน USDX ยูโร (EUR) เยนญี่ปุ่น (JPY) ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) ดอลลาร์แคนาดา (CAD) โครนา สวีเดน (SEK) ฟรังก์สวิส (CHF) โดยที่แต่ละสกุลเงินจะได้รับน้ำหนักที่แตกต่างกัน โดยยูโรจะมีน้ำหนักมากที่สุด ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วยูโรมักจะมีน้ำหนักประมาณครึ่งหนึ่งของดัชนีนี้ ทำไม USDX ถึงสำคัญ? สำหรับนักเทรดในตลาด Forex การติดตาม USDX เป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากมันช่วยให้เราเห็นความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินอื่น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มของค่าเงิน EUR/USD เพราะ USDX มักจะมีลักษณะคล้ายกับกราฟของสัญญาอนุพันธ์ USD/EUR สำหรับนักเทรดที่ทำการซื้อขาย Spot Forex จะสังเกตเห็นว่า USDX มีความสัมพันธ์ที่ตรงข้ามกับสัญญา EUR/USD ด้วยเหตุนี้เองทำให้ USDX เป็นตัวชี้วัดที่ดีกว่าสำหรับการวัดความแข็งแกร่งของ USD โดยเปรียบเทียบกับคู่เงินอื่น ๆ คำถามหรือข้อสงสัย หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับ USDX หรือการเทรดต่าง ๆ สามารถโพสต์ถามได้ที่นี่เลยครับ

2009.04.02
ทำความรู้จักกับตัวชี้วัด GG01 และ GG01-101 สำหรับเทรดเดอร์
MetaTrader4
ทำความรู้จักกับตัวชี้วัด GG01 และ GG01-101 สำหรับเทรดเดอร์

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึงตัวชี้วัดที่น่าสนใจอย่าง GG01 และ GG01-101 กันนะครับ ตัวชี้วัดนี้จะช่วยให้เรามีสัญญาณในการซื้อหรือขาย โดยใช้เทคนิคต่างๆ เช่น Moving Averages, Parabolic SAR, Bollinger Bands และ i-CAi (ต้องติดตั้งก่อนนะครับ) การติดตั้งตัวชี้วัดนี้ทำได้ง่ายและแม่นยำมาก โดยมันจะให้สัญญาณเท่านั้น ไม่ใช่ราคาครับ ทั้ง GG01 และ GG01-101 จะให้สัญญาณเดียวกันเมื่อเซ็ตอัพเหมือนกัน (ความแตกต่างคือโหมดการแสดงผล) อย่างไรก็ตาม อย่าลืมระมัดระวัง ทดลองใช้บนบัญชีเดโมก่อนที่จะเริ่มเทรดจริงนะครับ! ตัวชี้วัด GG01 และ GG01-101

2009.03.28
คู่มือการใช้ Indicator Point & Figure สำหรับเทรดเดอร์
MetaTrader4
คู่มือการใช้ Indicator Point & Figure สำหรับเทรดเดอร์

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึง Indicator Point & Figure กันนะครับ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจมากสำหรับการวิเคราะห์กราฟ เราสามารถปรับขนาด Box (เป็น Pips) และจำนวน Reversal (เป็น Box) ได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกรอบเวลาไหน หรือคู่เงินไหนก็ทำได้ครับ โดยค่าเริ่มต้น สีเขียวจะหมายถึง "X" และสีแดงจะหมายถึง "O" นะครับ เพื่อให้การดูกราฟชัดเจนขึ้น แนะนำให้ใช้กราฟแบบเส้น และเปลี่ยนสีกราฟจากคุณสมบัติกราฟ (F8) เป็น "None" ครับ มีปัญหาเล็กน้อย: ถ้าคุณรีเฟรชกราฟโดยการเพิ่มแท่งเก่าเข้าไป คุณจะต้องโหลด Indicator ใหม่ (เช่น เปลี่ยนกรอบเวลาแล้วกลับมา) ถ้าใครมีวิธีแก้ไขแนะนำได้เลยครับ P.S. กราฟ Point & Figure ทำงานได้ดีเมื่อใช้ร่วมกับ Gann Lines ใน รูปที่ 1 จะเห็น Gann fan ที่มีสเกล 5.0 นะครับ P.P.S. แล้ว Point & Figure คืออะไร? มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Investopedia.com ครับ รูปที่ 1

2009.02.27
FRASMA: SMA ที่ปรับให้เข้ากับแนวโน้มและตลาดข้างเคียง
MetaTrader4
FRASMA: SMA ที่ปรับให้เข้ากับแนวโน้มและตลาดข้างเคียง

หลายคนคงรู้จักกับ SMA หรือ Simple Moving Average กันอยู่แล้ว แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง FRASMA ที่เป็นการปรับ SMA ให้เข้ากับแนวโน้มและสถานการณ์ตลาดที่แตกต่างกัน FRASMA จะเร่งความเร็วในช่วงที่มีแนวโน้ม (trend) และจะชะลอความเร็วในตลาดที่เคลื่อนไหวไปมา (sideways market) เพื่อหลีกเลี่ยงสัญญาณหลอกลวง โดยใช้มิติแฟรคทัล (fractal dimension) ที่คำนวณจากโปรแกรมของ iliko [arcsin5@netscape.net] ในตัวชี้วัดที่ชื่อว่า fractal_dimension.mq4 ซึ่งจะช่วยให้ SMA มีความราบเรียบมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวแล้วคิดว่า FRASMA จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดนี้ ดังนั้นผมจึงแนบไฟล์ไว้ให้ด้วย (ถึงแม้ว่าทั้งสองตัวจะสามารถใช้แยกกันได้) สำหรับรายละเอียดเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับตรรกะของตัวชี้วัดนี้ สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของผม: http://fractalfinance.blogspot.com/ นอกจากนี้ ตัวชี้วัดนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการเทรดแบบ Bands ได้อีกด้วย และผมมีแผนที่จะพัฒนา Bollinger Bands ที่ปรับให้เข้ากับแฟรคทัลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

2009.02.18
การใช้ RSI ร่วมกับ MA เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเทรด
MetaTrader4
การใช้ RSI ร่วมกับ MA เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเทรด

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับการใช้ RSI หรือ Relative Strength Index ร่วมกับ MA หรือ Moving Average เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจเทรดกันนะครับ ทำความรู้จักกับ RSI และ MA ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเครื่องมือสองตัวนี้กันก่อน RSI เป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของราคา โดยจะช่วยบอกเราว่าตอนนี้ตลาดอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป ขณะที่ MA จะช่วยเราในการจับแนวโน้มของราคา การใช้ RSI ร่วมกับ MA การกำหนดจุดเข้าเทรด: เมื่อ RSI ตัดขึ้นจากระดับ 30 แสดงว่าตลาดเริ่มมีแรงซื้อ ในขณะที่ MA ก็ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น การออกจากตลาด: หาก RSI ตัดลงจากระดับ 70 แสดงว่าตลาดเริ่มมีแรงขาย ในขณะที่ MA ก็ชี้ไปทางขาลง การใช้ RSI ร่วมกับ MA นั้นสามารถช่วยให้เราเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนขึ้น และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หวังว่าเทคนิคนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะครับ ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยสามารถคอมเมนต์ถามกันได้เลย!

2009.02.13
Mabel_Timeframes: ระบบการเทรดที่ใช้สัญญาณจากหลายช่วงเวลา
MetaTrader4
Mabel_Timeframes: ระบบการเทรดที่ใช้สัญญาณจากหลายช่วงเวลา

ในโลกของการเทรด การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมาก วันนี้เราจะมาคุยกันถึง Mabel_Timeframes ซึ่งเป็นระบบที่อิงจากสัญญาณจากหลายช่วงเวลา (Timeframes) เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจในการเทรดได้ดีขึ้น ระบบนี้ใช้สัญญาณจาก หกช่วงเวลา โดยแต่ละช่วงเวลาจะให้สัญญาณแยกต่างหาก เมื่อส่วน ALL ของช่วงเวลาแสดง UP หรือ Down หมายความว่าสัญญาณส่วนใหญ่เห็นด้วยในทิศทางเดียวกัน นั่นคือเวลาที่คุณสามารถเปิดคำสั่งตามสัญญาณที่ได้จาก ALL ได้ โดยระบบนี้จะนำข้อมูลจากช่วงเวลาหลักมาวิเคราะห์ และแสดงเวลาที่เหมาะสมในการเทรดจาก ห้าสัญญาณ ซึ่งจะได้ผลดีที่สุดเมื่อสัญญาณจากช่วงเวลาหลักตรงกันกับช่วงเวลาย่อย นอกจากนี้ ระบบนี้ยังใช้ ห้าตัวชี้วัด จาก หกช่วงเวลา เพื่อให้สัญญาณการเทรดที่แม่นยำ ยิ่งถ้าสัญญาณจากช่วงเวลาหลักเห็นด้วยกับช่วงเวลาย่อยก็จะยิ่งทำให้การตัดสินใจของคุณมีความมั่นใจมากขึ้น ยกเว้นในกรณีที่คุณกำลังทำการ Scalping

2009.02.03
การใช้เส้นแนวรับแนวต้านด้วย MTF Stochastic Cross
MetaTrader4
การใช้เส้นแนวรับแนวต้านด้วย MTF Stochastic Cross

สวัสดีครับเพื่อนนักเทรดทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึงเครื่องมือหนึ่งที่ชื่อว่า เส้นแนวรับและแนวต้าน หรือ S/R Lines ที่ถูกสร้างขึ้นจาก MTF Stochastic Cross ครับ เครื่องมือนี้จะแสดงเส้นแนวรับแนวต้านที่มีความยืดหยุ่นจำนวนสูงสุดถึง 6 เส้น โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งมีเส้นแนวรับมากเท่าไร โอกาสที่ตลาดจะเป็นขาขึ้นหรือ bull ก็ยิ่งสูงขึ้นครับ นอกจากนี้มันยังจะแสดงสัญญาณการเข้าซื้อขายให้เราอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่ได้อาจจะไม่ค่อยแม่นยำเสมอไป บางครั้งก็อาจจะทำให้เราผิดหวัง แต่ในบางครั้งก็อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีครับ เพื่อให้เครื่องมือทำงานได้อย่างถูกต้อง เราจำเป็นต้องใช้ MTFPI-sub1 ซึ่งมันจะต้องมี MTFPI-sub2, MTFPI-sub3 และ MTFPI-sub4 ครับ และหากคุณต้องการลบสัญญาณออกจากกราฟ สามารถใช้สคริปต์ clearSGNLs ได้เลยครับ

2009.01.31
อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: เครื่องมือช่วยตัดสินใจในการเทรด
MetaTrader4
อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: เครื่องมือช่วยตัดสินใจในการเทรด

หลายคนอาจสงสัยว่าอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk/Reward Ratio) คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญในการเทรด วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับเครื่องมือที่จะช่วยให้การตัดสินใจในการเทรดของเราง่ายขึ้น! โค้ดนี้ช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วว่าการเทรดใดบ้างที่ตรงตามความต้องการของอัตราส่วนที่เราตั้งไว้ เวอร์ชันแรก: เส้นสีแดง = StopLoss และสีเขียว = TakeProfit การคำนวณจะทำจากมูลค่าการเสนอซื้อ (Bid Value) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจของเรา เวอร์ชัน 0.1 ในเวอร์ชันนี้ เราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้มูลค่าการเสนอซื้อ (Bid Value) หรือกำหนดระดับการเปิดที่ต้องการได้เอง โดยมีคำอธิบายเพิ่มเติมในตาราง การใช้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการเทรดได้ดียิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในตลาดที่มีความผันผวน หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม หรือมีเทคนิคที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือนี้ อย่าลืมแสดงความคิดเห็นกันนะครับ!

2009.01.26
การปรับจุดหมุนรายวันตามเวลาที่เริ่มต้นวัน
MetaTrader4
การปรับจุดหมุนรายวันตามเวลาที่เริ่มต้นวัน

สำหรับนักเทรดที่ต้องการความแม่นยำในการวิเคราะห์ตลาด จุดหมุนรายวัน (Daily Pivot Points) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเครื่องมือนี้จะทำการแสดงเส้นแนวนอนที่ระดับจุดหมุนต่าง ๆ ได้แก่ R3, R2, R1, Pivot, S1, S2 และ S3 ซึ่งการคำนวณจะใช้วันที่เลื่อนจากเวลาของเซิร์ฟเวอร์ (เรียกว่า Pivot Day) เพื่อให้เหมาะสมกับเวลาที่เราต้องการ การตั้งค่าหลักของเครื่องมือนี้คือ "ShiftHrs" ซึ่งเป็นตัวเลขจำนวนเต็มที่บอกจำนวนชั่วโมงในการเลื่อนวันของจุดหมุน หากใช้ค่าลบจะหมายถึงการเลื่อนวันไปข้างหลัง ยกตัวอย่างเช่น หากเซิร์ฟเวอร์ของคุณอยู่ในเวลานิวยอร์ก (GMT-5) และคุณต้องการจุดหมุนในเวลาลอนดอน (GMT) คุณก็จะตั้งค่า ShiftHrs เป็น +5 (ค่าพื้นฐานในโค้ด) นอกจากนี้ การซื้อขายในวันเสาร์และอาทิตย์ก็ไม่ถูกมองข้าม เพราะมันก็ยังเป็นการเทรดจริง หากการเลื่อนวันของจุดหมุนทำให้ข้อมูลปรากฏในวันเสาร์ แสดงว่ามันเกิดขึ้นในวันศุกร์ ดังนั้นเครื่องมือนี้จะถือเป็นส่วนหนึ่งของวันศุกร์ หากข้อมูลปรากฏในวันอาทิตย์ แสดงว่ามันเกิดขึ้นในวันจันทร์ เครื่องมือนี้ใช้บัฟเฟอร์สำหรับแต่ละเส้น ดังนั้นระดับจุดหมุนของวันก่อนหน้าจะยังคงมองเห็นได้ (อย่างไรก็ตามมีข้อเสียคือไม่สามารถใช้เทคนิคเดียวกันนี้ในการวาดระดับกลางเพิ่มเติม (เช่น S0.5, S1.5 เป็นต้น) เนื่องจากมีข้อจำกัดในบัฟเฟอร์ 8 ตัว) นอกจากนี้ยังมีป้ายแสดงระดับของวันล่าสุดให้เห็นด้วย คุณสามารถใช้เครื่องมือนี้กับกราฟในช่วงเวลาใดก็ได้ แม้ว่าจุดหมุนรายวันในกราฟที่มีช่วงเวลายาวนั้นอาจไม่มีความหมายก็ตาม สูตรในการคำนวณมีดังนี้: Pivot = ( High + Low + Close ) / 3 Range = High - Low Resistance1 = 2 * Pivot - Low Resistance2 = Pivot + Range Resistance3 = Resistance1 + Range Support1 = 2 * Pivot - High Support2 = Pivot - Range Support3 = Support1 - Range หมายเหตุ: เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2009 ฉันได้แก้ไขการคำนวณสำหรับ Resistance3 และ Support3 ตามข้อมูลที่ได้รับจากโพสต์ของ substanz ขอโทษสำหรับความผิดพลาดนะครับ :-( หากมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับปรุงเครื่องมือนี้ ยินดีรับฟังครับ จากใจ, Jellybean

2009.01.26
การปรับแต่ง Indicator Parabolic แบบมาตรฐานให้เหมาะกับการเทรด
MetaTrader4
การปรับแต่ง Indicator Parabolic แบบมาตรฐานให้เหมาะกับการเทรด

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่หลายคนอาจจะประสบปัญหา นั่นคือการปรับแต่ง Indicator Parabolic แบบมาตรฐานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการเทรดของเรา หลายคนที่เขียนโปรแกรมคงจะรู้ว่าการปรับปรุง Indicator นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่โค้ดที่เราได้นำมานั้นจะไม่มีปัญหาเมื่อใช้งานร่วมกับ Indicator อื่นในกราฟเดียวกัน และยังทำงานได้อย่างถูกต้องเมื่อใช้ใน Optimizer อีกด้วย เพื่อนๆ สามารถใช้โค้ดนี้เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาเพิ่มเติมของตัวเองได้เลยนะครับ ทุกอย่างถูกทำให้เรียบง่ายที่สุดแล้ว และมีคำอธิบายอยู่ในโค้ดด้วย

2009.01.23
วิธีใช้ดัชนีเพื่อวิเคราะห์ราคาสูงสุดในการเทรด
MetaTrader4
วิธีใช้ดัชนีเพื่อวิเคราะห์ราคาสูงสุดในการเทรด

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักเทรดทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึง ดัชนีราคาสูงสุด ที่จะช่วยให้เราวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มของตลาดได้ดีขึ้นกันดีกว่า การใช้ดัชนีราคาสูงสุดเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก เพราะมันช่วยให้เรามองเห็นจุดที่ราคาสามารถกลับตัวได้ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเทรด Forex หรือหุ้น ดัชนีราคาสูงสุดทำงานอย่างไร? ดัชนีราคาสูงสุดจะวิเคราะห์ข้อมูลราคาที่ผ่านมาและช่วยกำหนดราคาสูงสุดที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต โดยเราสามารถใช้ข้อมูลนี้ร่วมกับ เทคนิคการวิเคราะห์ทางเทคนิค อื่นๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ ทำไมต้องสนใจดัชนีราคาสูงสุด? ช่วยในการตัดสินใจซื้อขาย: เมื่อเรารู้ว่าราคาอาจถึงจุดสูงสุดที่ไหน ก็จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น วิเคราะห์แนวโน้ม: การเข้าใจราคาสูงสุดสามารถช่วยเรามองเห็นแนวโน้มของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจ: ด้วยข้อมูลที่ชัดเจน เราจะมีความมั่นใจมากขึ้นในการเทรด หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ นักเทรดนะครับ! ลองนำดัชนีราคาสูงสุดไปใช้ในการวิเคราะห์ดู แล้วมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์กันในคอมเมนต์เลย!

2009.01.23
แรก ก่อนหน้า 349 350 351 352 353 354 355 356 357 358 359 ถัดไป สุดท้าย