ตัวชี้วัดทางเทคนิค

วาด Pivot ประจำวัน สัปดาห์ และเดือนด้วย BackTest
MetaTrader4
วาด Pivot ประจำวัน สัปดาห์ และเดือนด้วย BackTest

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเครื่องมือที่สำคัญในการวิเคราะห์ตลาดนั่นคือ Pivot Point หรือจุดหมุนที่ช่วยให้เราตัดสินใจในการเข้าออกตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถวาด Pivot ได้ทั้งแบบประจำวัน สัปดาห์ และเดือน ทำให้เรามีมุมมองที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มของราคา ทำไมต้องใช้ Pivot Point? ช่วยในการตัดสินใจ: จุดหมุนเหล่านี้สามารถบอกเราได้ว่าควรซื้อหรือขายเมื่อไหร่ การวิเคราะห์ที่ง่าย: ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือซับซ้อนมากมาย BackTesting: เราสามารถย้อนกลับไปดูประสิทธิภาพของจุดหมุนในอดีตได้ มาลองวาด Pivot กันดูนะครับ! นอกจากจะช่วยให้เราเข้าใจตลาดได้ดีขึ้น ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้กับเราอีกด้วย

2008.07.02
วาดาห์ อัตตาร์: การใช้ Hidden Level ในการเทรด
MetaTrader4
วาดาห์ อัตตาร์: การใช้ Hidden Level ในการเทรด

ทำความรู้จักกับ Waddah Attar สำหรับผู้ที่รักการเทรดคงจะรู้จักชื่อของ Waddah Attar กันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในแวดวงการเทรด Forex ที่ผู้คนต่างพูดถึงเครื่องมือวิเคราะห์ที่เขาได้พัฒนาขึ้น Hidden Level คืออะไร? Hidden Level หรือระดับที่ซ่อนอยู่ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเห็นโอกาสในการเข้าซื้อหรือขายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน ทำไมต้องใช้ Hidden Level? ช่วยในการวิเคราะห์: การใช้ Hidden Level จะทำให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้น เพิ่มโอกาสในการทำกำไร: สามารถเข้าถึงจุดที่ดีที่สุดในการเทรดได้ ลดความเสี่ยง: วางแผนการเทรดได้ดีขึ้น ลดโอกาสในการขาดทุน วิธีการใช้ Hidden Level การใช้งาน Hidden Level นั้นไม่ซับซ้อนเลย เพียงแค่เราเลือกช่วงเวลาและกราฟที่ต้องการ จากนั้นสามารถติดตั้ง EA ที่ปรับแต่งมาเพื่อวิเคราะห์ระดับที่ซ่อนอยู่ได้ สรุป Waddah Attar และ Hidden Level เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับนักเทรดที่ต้องการเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจเทรด หากคุณยังไม่เคยลอง อย่าลืมไปหามาทดสอบกันดูนะ!

2008.06.30
การใช้จุดหมุนรายวันเพื่อการเทรดที่แม่นยำ
MetaTrader4
การใช้จุดหมุนรายวันเพื่อการเทรดที่แม่นยำ

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเครื่องมือที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างในวงการเทรด นั่นก็คือ จุดหมุนรายวัน (Daily Pivot Points) ที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของการเคลื่อนไหวของตลาดในวันนั้นๆ โดยจะแตกต่างจากเครื่องมืออื่นๆ ที่อาจจะตามหลังตลาดอยู่ จุดหมุน (PP) คือจุดสมดุล ราคาที่ตลาดจะมีแนวโน้มไปยังจุดนี้ตลอดทั้งวัน โดยเราจะใช้ราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดของวันก่อนหน้าในการคำนวณจุดหมุนและระดับต่างๆ ซึ่งรวมถึง ระดับต้านทาน (Resistance) และ ระดับสนับสนุน (Support) ที่เราสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มเล็กๆ ได้ สำหรับการคำนวณจุดหมุนจะมีการคำนวณเป็น 13 ระดับ ได้แก่: จุดสมดุล (PP) ระดับต้านทาน 1 (RES1.0) ระดับต้านทาน 2 (RES2.0) ระดับต้านทาน 3 (RES3.0) ระดับสนับสนุน 1 (SUP1.0) ระดับสนับสนุน 2 (SUP2.0) ระดับสนับสนุน 3 (SUP3.0) ระดับต้านทานกลาง (RES0.5) ระดับต้านทานกลาง 1.5 (RES1.5) ระดับต้านทานกลาง 2.5 (RES2.5) ระดับสนับสนุนกลาง (SUP0.5) ระดับสนับสนุนกลาง 1.5 (SUP1.5) ระดับสนับสนุนกลาง 2.5 (SUP2.5) การใช้จุดหมุนรายวันมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น: คาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคา ชี้จุดที่ราคาอาจจะหยุดชะงัก ชี้จุดที่ราคาอาจเปลี่ยนทิศทาง ถ้าตลาดเปิดเหนือจุดสมดุล แสดงให้เห็นว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการเปิดตำแหน่งซื้อ แต่ถ้าตลาดเปิดต่ำกว่าจุดสมดุล นั่นหมายความว่าวันนี้เหมาะสำหรับการเปิดตำแหน่งขาย เมื่อราคาชนระดับต้านทาน RES1.0 หรือระดับสนับสนุน SUP1.0 เราจะต้องดูว่าราคาจะมีการกลับตัวหรือทะลุผ่านระดับนั้นหรือไม่ โดยปกติเมื่อราคาถึงระดับ RES2.0, RES3.0 หรือ SUP2.0, SUP3.0 มักจะเป็นช่วงที่ตลาดมีการซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป ดังนั้นระดับเหล่านี้มักจะถูกใช้เป็นจุดออก การคำนวณจุดหมุนตามราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดของวันก่อนหน้า จะทำให้เราได้ค่า PP, RES1.0, RES2.0, RES3.0, SUP1.0, SUP2.0 และ SUP3.0 รวมถึงค่าที่เป็นกลางต่างๆ PP = (HIGH + LOW + CLOSE) / 3 RES1.0 = 2*PP - LOWRES2.0 = PP + (HIGH - LOW)RES3.0 = 2*PP + (HIGH - 2*LOW) SUP1.0 = 2*PP - HIGHSUP2.0 = PP - (HIGH - LOW)SUP3.0 = 2*PP - (2*HIGH - LOW) RES0.5 = (PP + RES1.0) / 2RES1.5 = (RES1.0 + RES2.0) / 2RES2.5 = (RES2.0 + RES3.0) / 2 SUP0.5 = (PP + SUP1.0) / 2SUP1.5 = (SUP1.0 + SUP2.0) / 2 โดยที่: HIGH — ราคาสูงสุดของวันก่อน LOW — ราคาต่ำสุดของวันก่อน CLOSE — ราคาปิดของวันก่อน PP — จุดสมดุล (ราคาปกติของวันก่อน) RES0.5, RES1.0, RES1.5, RES2.0, RES2.5, RES3.0 — จุดหมุน (ระดับต้านทาน) SUP0.5, SUP1.0, SUP1.5, SUP2.0, SUP2.5, SUP3.0 — จุดหมุน (ระดับสนับสนุน) หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ประโยชน์จากข้อมูลนี้และนำไปใช้ในการเทรดของตนเองนะครับ!

2008.06.29
ตัวชี้วัดระดับแนวรับและแนวต้านที่คุณควรรู้
MetaTrader4
ตัวชี้วัดระดับแนวรับและแนวต้านที่คุณควรรู้

ตัวชี้วัดระดับแนวรับและแนวต้านที่คุณควรรู้ ระดับแนวรับและแนวต้านนั้นไม่ได้ถูกคำนวณแบบที่เราใช้กับระดับ Pivot แต่จะถูกอ่านจากไฟล์ข้อความที่มีรูปแบบเฉพาะ เราจำเป็นต้องสร้างไฟล์เฉพาะชื่อว่า "Levels_RS_.csv" สำหรับแต่ละเครื่องมือการเทรด รูปแบบของไฟล์จะมีความแตกต่างของระดับแนวรับและแนวต้านที่แสดงบนกราฟด้วยเส้นหนา โดยผมใช้ตัวชี้วัดนี้เพื่อแสดงระดับที่เผยแพร่โดย Teletrade บนกราฟ การเข้าใจระดับแนวรับและแนวต้านจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจในการเทรดได้ดีขึ้น อย่าลืมทดลองใช้และปรับแต่งให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณนะครับ!

2008.06.29
การคำนวณความสัมพันธ์ระหว่างคู่สกุลเงินด้วย L_Correlation
MetaTrader4
การคำนวณความสัมพันธ์ระหว่างคู่สกุลเงินด้วย L_Correlation

การคำนวณค่าความสัมพันธ์ระหว่างกราฟของคู่สกุลเงินสองคู่จะถูกดำเนินการ (ระหว่างคู่สกุลเงินที่กราฟแสดงอยู่และคู่ที่ระบุในพารามิเตอร์ของอินดิเคเตอร์) ในหน้าต่างของอินดิเคเตอร์จะแสดงข้อมูลดังต่อไปนี้: กราฟค่าความสัมพันธ์ (สามารถปิดการแสดงผลได้ตามที่แสดงในภาพที่กล่าวถึง) กราฟค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่เกี่ยวข้องกับกราฟค่าความสัมพันธ์ (สามารถปิดการแสดงผลได้) ค่าเฉลี่ยของค่าความสัมพันธ์สำหรับจำนวนแท่งสุดท้ายที่ระบุ Mode = 0, 1, 2 - พารามิเตอร์ที่จะกำหนดคุณสมบัติที่แน่นอนของกราฟราคาที่จะคำนวณความสัมพันธ์ (0 - สำหรับราคาปิดของแท่ง, 1 - สำหรับความแตกต่างระหว่างราคาตั้งต้นและราคาปิด, 2 - สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างราคาปิดและราคาสูงสุดของแท่ง) Pair = "USDCHF", "EURUSD"... - คู่สกุลเงินที่ต้องการคำนวณค่าความสัมพันธ์ ShowCorrelation = true - ถ้าต้องการแสดงบัฟเฟอร์ของค่าความสัมพันธ์, = false - ถ้าไม่ต้องการ ShowMA = true - ถ้าต้องการแสดงบัฟเฟอร์ของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของค่าความสัมพันธ์, = false - ถ้าไม่ต้องการ CorrelationRadius = 15 - รัศมีของค่าความสัมพันธ์ MA_Period = 10 - ระยะเวลาของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ResultingBars = 0 - จำนวนแท่งที่ใช้ในการคำนวณค่าเฉลี่ยรวมของค่าความสัมพันธ์ (ค่าดังกล่าวจะแสดงที่มุมล่างซ้ายของหน้าต่าง). ถ้า ResultingBars = 0 จะคำนวณค่าเฉลี่ยจากค่าที่ได้รับทั้งหมดของค่าความสัมพันธ์ FontName = "Verdana" - ฟอนต์ที่ใช้แสดงค่าเฉลี่ยของค่าความสัมพันธ์ FontSize = 10 - ขนาดฟอนต์ FontColor = Black - สีฟอนต์

2008.06.29
ทำความรู้จักกับ CandRelation: เครื่องมือวิเคราะห์กราฟเทียน
MetaTrader4
ทำความรู้จักกับ CandRelation: เครื่องมือวิเคราะห์กราฟเทียน

มาเริ่มกันที่ CandRelation กันเถอะ! หลายคนอาจยังไม่รู้จัก หรืออาจจะเคยได้ยินแต่ยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร วันนี้เราจะมาพูดถึงกันแบบง่ายๆ เส้นสีน้ำเงิน - เป็นส่วนหนึ่งของความยาวทั้งหมดของกราฟเทียน เส้นสีเขียว - เป็นส่วนหนึ่งของเงาสูงด้านบนของกราฟเทียน เส้นสีแดง - เป็นส่วนหนึ่งของเงาต่ำด้านล่างของกราฟเทียน ในอนาคต ความสัมพันธ์ระหว่างเส้นเหล่านี้ หากใช้ตัวเลขจากการวิเคราะห์แบบญี่ปุ่น จะถูกแสดงในบริเวณที่ชี้ไป การเข้าใจ CandRelation จะช่วยให้เรามีมุมมองที่ชัดเจนขึ้นในการวิเคราะห์กราฟเทียน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน!

2008.06.24
วิเคราะห์ MACD และ RSI เพื่อการเทรดที่แม่นยำ
MetaTrader4
วิเคราะห์ MACD และ RSI เพื่อการเทรดที่แม่นยำ

ทำความรู้จักกับ MACD และ RSI ในการเทรดที่มีประสิทธิภาพ เราต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้เราวิเคราะห์ตลาดได้อย่างแม่นยำ หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมคือ MACD และ RSI ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจของนักเทรด เส้นสีเขียวคือ RSI เส้นสีเขียวที่เราเห็นในกราฟคือ RSI (Relative Strength Index) ซึ่งใช้วัดความแข็งแกร่งของราคา โดยทั่วไปแล้ว RSI จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 100 เส้นสีแดงและสีเทาคือ MACD ในขณะที่เส้นสีแดงและสีเทาบนกราฟคือ MACD Histogram และ Signal Line ตามลำดับ ซึ่งช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มและจุดเข้าออกในการเทรด ทำไมต้องใช้ MACD และ RSI? MACD: ใช้ในการระบุแนวโน้มและโมเมนตัมของราคา RSI: ช่วยในการวิเคราะห์สถานะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป การใช้ MACD ร่วมกับ RSI จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์และการตัดสินใจในการเทรดของคุณ

2008.06.21
Oscillator ปริมาณปกติ: วิเคราะห์แนวโน้มการซื้อขาย
MetaTrader4
Oscillator ปริมาณปกติ: วิเคราะห์แนวโน้มการซื้อขาย

Oscillator ปริมาณปกติ เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้นจากแนวคิดการใช้ปริมาณที่ปรับให้เป็นปกติ (Normalized Volume) ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจสภาพตลาดได้ดีขึ้น เริ่มต้นจากค่าที่ปรับให้เป็นปกติจะถูกแสดงในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ของค่าเฉลี่ยในช่วงเวลา ดังนั้น ข้อมูลบนกราฟสามารถมีค่าเป็นลบได้ ซึ่งแสดงถึงช่วงที่ตลาดอาจจะซบเซา นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมที่น่าสนใจคือการใช้สีของแท่งฮิสโตแกรมตามขนาดของปริมาณที่ปรับให้เป็นปกติ: สีน้ำเงิน: แสดงว่าปริมาณปัจจุบันน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงนี้ สีเขียวเข้ม: แสดงว่ามีปริมาณมากกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยในช่วงนี้ สีเขียวอ่อน: แสดงว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณได้เกินระดับ Fibo 38.2% เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย สีเหลือง: แสดงว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณได้เกินระดับ Fibo 61.8% สีขาว: (ในภาพจะแสดงเป็นสีแดงเพื่อไม่ให้กลืนไปกับพื้นหลัง) แสดงว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณได้เกินระดับ Fibo 100% Oscillator ปริมาณปกติ จากภาพด้านบน เราจะเห็นตัวอย่างการใช้ Oscillator ปริมาณปกติในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นในการทะลุระดับ Pivotแท่งสีเหลืองในฮิสโตแกรมบ่งบอกถึงความน่าจะเป็นสูงที่จะเกิดการทะลุในอนาคตอันใกล้ ขณะที่แท่งสีขาว (หรือแดงในภาพข้างบน) แสดงว่าการทะลุกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และมีแนวโน้มจะเป็นจริง เครื่องมือนี้ทำงานได้ดีที่สุดในกรอบเวลาเล็กๆ (เช่น 15 นาที) แต่ในแนวโน้มที่ยาวนานกว่า สภาวะการทะลุจะถูก "บัฟเฟอร์" เนื่องจากระดับปริมาณโดยรวมในช่วงเวลานั้นสูง ในกรณีนี้ แค่แท่งฮิสโตแกรมมีสีเขียวก็เพียงพอแล้ว

2008.06.21
LSMA สีสัน: เครื่องมือทำกำไรในตลาด Forex
MetaTrader4
LSMA สีสัน: เครื่องมือทำกำไรในตลาด Forex

ผู้เขียน: FX Sniper LSMA หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "Indicator สีสัน" เป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นจากพื้นฐานของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) จุดเด่นของมันคือสัญญาณการเข้าและออกจากตลาด โดยเส้นของ Indicator จะเปลี่ยนสีเพื่อบอกเราถึงจังหวะที่ควรซื้อหรือขาย ซึ่งความแม่นยำของสัญญาณนี้สูงมาก หากคุณไม่สามารถเข้าตลาดด้วย Indicator นี้ ก็ยังสามารถใช้มันเพื่อช่วยในการปิดตำแหน่งได้อย่างดี Indicator นี้สามารถจับแนวโน้มได้เกือบทั้งหมด แต่อาจไม่เหมาะกับตลาดที่มีความเคลื่อนไหวช้า (Flat Market) มากนัก ดังนั้นเมื่อคุณใช้สัญญาณจาก Indicator นี้ในการปิดตำแหน่ง คุณจะสามารถทำกำไรได้มากที่สุดเมื่อเข้าร่วมกับ "แนวโน้ม" นอกจากนี้ เมื่อคุณเข้าตำแหน่ง คุณจะได้ติดตามแนวโน้มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้มันน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

2008.06.20
รีวิว Indicator Otcfx_b-clock Modified V3.2 สำหรับเทรดเดอร์
MetaTrader4
รีวิว Indicator Otcfx_b-clock Modified V3.2 สำหรับเทรดเดอร์

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึง Indicator Otcfx_b-clock Modified V3.2 กันนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นเวอร์ชันที่แนะนำให้เทรดเดอร์ได้ลองใช้กันครับ พารามิเตอร์ที่สำคัญ: BClockClr = Aqua; ClksColor = Lime; TDCOL = Aqua; show.Bclk = true ; myFont = "Arial Bold" ; myFont2 = "Verdana Bold" ; Otcfx_b-clock Modified V3.2 Indicator ตัวนี้มาพร้อมกับความสามารถในการปรับแต่งที่ช่วยให้การเทรดของเราง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการติดตามเวลาและการแจ้งเตือนต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นในตลาดครับ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าต่าง ๆ เช่น สีของนาฬิกาหรือฟอนต์ที่เราใช้ ก็สามารถปรับให้ตรงกับสไตล์ของเราได้อย่างง่ายดาย ลองนำไปปรับใช้ดูนะครับ!

2008.06.19
ทำความรู้จักกับ Indicator Priliv_s: วิเคราะห์แนวโน้มการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ
MetaTrader4
ทำความรู้จักกับ Indicator Priliv_s: วิเคราะห์แนวโน้มการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ

สวัสดีครับเพื่อนเทรดเดอร์ทุกคน! วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ Indicator Priliv_s กันเถอะ ตัวนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราเห็นแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาในกรอบเวลาต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน Indicator นี้มีเส้นสามเส้นที่มีสีแตกต่างกัน ซึ่งบ่งบอกถึงความเร็วของแนวโน้มในกรอบเวลาปัจจุบัน และกรอบเวลาที่ใหญ่กว่าขึ้นไปอีกสองระดับ เส้นสีน้ำตาล: แสดงถึงการคำนวณในกรอบเวลาที่เล็กที่สุด (TF ปัจจุบัน) เส้นสีเขียว: แสดงถึงกรอบเวลาที่ใหญ่กว่าในกรอบเวลาปัจจุบัน เส้นสีแดง: ใช้เพื่อแสดงถึงแนวโน้มในกรอบเวลาที่ใหญ่กว่าถัดไป เราสามารถใช้ Indicator ตัวนี้ได้กับกรอบเวลาหรือ TF ใดก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้เรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มอย่างรวดเร็ว เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางของแนวโน้มใน Indicator นี้ จะเรียกว่า Inflection ซึ่งหมายความว่าทิศทางของแนวโน้มได้เปลี่ยนไป Priliv_s

2008.06.19
ทำความรู้จักกับ ZigAndZag: อินดิเคเตอร์ยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์
MetaTrader4
ทำความรู้จักกับ ZigAndZag: อินดิเคเตอร์ยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์

สวัสดีครับเพื่อนๆ เทรดเดอร์ทุกคน วันนี้เรามาพบกับอินดิเคเตอร์ที่น่าสนใจอย่าง ZigAndZag ซึ่งเป็นอีกเวอร์ชันหนึ่งของอินดิเคเตอร์ ZigZag ที่ทุกคนรู้จักกันดี พารามิเตอร์ที่สำคัญ: KeelOver: 55 (สำหรับกราฟ M15) Slalom: 17 (สำหรับกราฟ M15) ZigAndZag อินดิเคเตอร์นี้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการจับทิศทางของแนวโน้มในตลาดได้อย่างแม่นยำ โดยการใช้ ZigAndZag จะช่วยให้เรามองเห็นจุดกลับตัวของราคาที่ชัดเจนขึ้น ทำให้สามารถตัดสินใจเทรดได้ดีขึ้น หากเพื่อนๆ สนใจลองนำไปใช้ในการเทรดดูนะครับ และอย่าลืมแบ่งปันประสบการณ์กันด้วยนะ!

2008.06.18
แรก ก่อนหน้า 363 364 365 366 367 368 369 370 371 372 373 ถัดไป สุดท้าย